โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

ในประเทศไทย จำนวนประชากรที่ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้น มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเราคงเคยได้ยินว่า เด็กป่วยเป็นโรคเบาหวาน กันมาบ้างแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าเด็กจะสามารถเป็นโรคนี้ได้ด้วยเหรอ ซึ่งแท้จริงแล้วเบาหวานที่พบในเด็กนั้น มักจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั่นเอง วันนี้เรามาทำความรู้จักเบาหวานชนิดนี้กันให้มากขึ้นดีกว่าครับ

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 คืออะไร

ภาวะของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ซึ่งน้ำตาลในเลือดนั้นจะมาจากการรับประทานอาหารของเรา โดยเฉพาะจำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล หรืออาหารที่มีรสหวานต่าง ๆ ร่างกายจะดูซึมและเก็บเป็นรูปแบบน้ำตาลกลูโคสไว้ในเลือด และฮอร์โมนที่มีชื่อว่า อินซูลิน จะช่วยนำน้ำตาลกลูโคสที่อยู่ในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อใช้เป็นพลังงาน และอินซูลินจะทำงานร่วมกับฮอร์โมนกลูคากอน ในเรื่องของการควบคุมน้ำตาลในเลือด

สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ในคนส่วนใหญ่ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย(Antibody) ซึ่งปกติแล้วจะเป็นกลไกการทำงานในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ในร่างกายเรา แต่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยกลุ่มนี้กลับไปทำลายเซลล์ของตับอ่อนที่สร้างอินซูลิน ส่งผลให้ตับอ่อนหยุดสร้างอินซูลิน หรือสร้างได้น้อย และเมื่อร่างกายขาดอินซูลิน กลูโคสจะไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงเซลล์ได้ และทำให้กลูโคสติดอยู่ที่เลือด ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงกว่าปกติ ส่วนใหญ่โรคเบาหวานชนิดนี้ มักเป็นตั้งแต่แรกเกิด พบมากในเด็ก และคนอายุต่ำกว่า 30 ปี

สาเหตุที่เป็น อาจแบ่งได้ดังนี้

  1. มาจากกรรมพันธุ์ ที่เคยมีประวัติคนในครอบครัว หรือญาติเป็นมาก่อน
  2. การได้รับเชื้อไวรัส หรือสารเคมีต่าง ๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ๆ
  3. เริ่มดื่มนมวัวเร็วเกินไป
  4. โรคทางระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เช่น โรคที่ต่อมไทรอยด์ , โรคแอดดิสัน , โรคเซลิแอค

ซึ่งผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ จำเป็นต้องฉีดอินซูลินอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีอาการอย่างไร

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้นร้ายแรง และมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 วัน ซึ่งอาการโดยรวมที่แสดงออกมา ของเบาหวานชนิดนี้ จะคล้ายกับเบาหวานชนิดอื่น ๆ คือ

  1. ปัสสาวะบ่อย
  2. หิวน้ำบ่อย
  3. การมองเห็นไม่ชัด สายตาพร่ามัว
  4. เหนื่อยล้า อ่อนเพลียได้ง่าย
  5. น้ำหนักลดโดยม่ทราบสาเหตุ

แต่ในบางครั้งอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเป็นสัญญาณที่รุนแรงของภาวะที่เรียกว่า โรคเบาหวาน ketoacidosis (DKA) โดยจะมีอาการดังนี้

  1. คลื่นไส้หรืออาเจียน
  2. มีอาการปวดท้อง
  3. ผิวแห้งหรือแดง
  4. หายใจลำบาก
  5. รู้สึกสับสน

โรคเบาหวาน DKA เป็นเรื่องที่ร้ายแรงและเป็นอันตราย หากมีอาการอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ให้รีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดอีกที

การรักษาโรคเบาหวานนิดที่ 1

เนื่องจากเบาหวานชนิดที่ 1 คือร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินขึ้นมาได้ หลังจากที่คนไข้ได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว จะมีวิธีการรักษาคือฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของอินซูลินได้ดังนี้

1.ชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Rapid Acting Insulin)

เริ่มออกฤทธิ์หลังการฉีดประมาณ 15-30 นาที ระดับของยาจะเพิ่มขึ้นสูงสุดใน 1 ชั่วโมง และอยู่ได้นานถึง 3-5 ชั่วโมง โดยสามารถฉีดก่อนอาหาร หรือหลังอาหาร เวลาใดเวลาหนึ่ง ประมาณ 15 นาที เช่น อินซูลิน กลูลิซีน (Insulin Glulisine) อินซูลิน แอสพาร์ (Insulin Aspart) อินซูลิน ลิสโปร (Insulin Lispro)

2.ชนิดออกฤทธิ์สั้น (Regular or Short-acting Insulin)

เริ่มออกฤทธิ์หลังการฉีดประมาณ 30-60 นาที หลังการฉีด ระดับยาเพิ่มขึ้นสูงสุดใน 1-2 ชั่วโมง และอยู่ได้นานถึง 5-8 ชั่วโมง โดยฉีดก่อนอาหาร 30 นาที เช่น เช่น เรกูลาร์ อินซูลิน Insulin Regular Human , นูทอล โซลูชั่น Insulin Neutal Solution Human

3.ชนิดออกฤทธิ์นานขึ้นในระดับกลาง (Intermediate-acting Insulin)

เริ่มออกฤทธิ์หลังการฉีดประมาณ 2-4ชั่วโมง ระดับยาเพิ่มขึ้นสูงสุด 6-10 ชั่วโมงและออกฤทธิ์ได้นานถึง 10-16 ชั่วโมง โดยฉีดก่อนอาหาร 30 นาที เช่น เอ็นพีเอช อินซูลิน (NPH)

4.ชนิดออกฤทธิ์นาน (Long-acting Insulin)

เริ่มออกฤทธิ์หลังการฉีดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาการดูดซึมในร่างกายนานหลายชั่วโมง สามารถออกฤทธิ์ในการรักษานานมากกว่า 24 ชั่วโมงขึ้นไป โดยฉีดวันละ 1 ครั้ง ตอนเช้าหรือก่อนเข้านอน เช่น อินซูลิน ดีทีเมียร์ (Insulin Detemir) , อินซูลิน กลาร์จิน (Insulin Glargine)

นอกจากการรักษาเบาหวานด้วยการฉีดอินซูลินแล้ว ผู้ป่วยยังต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกายร่วมด้วยเสมอ

สรุป

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น เป็นชนิดที่ร้ายแรง สามาถเป็นได้ตั้งแต่แรกเกิด และผู้ป่วยจะเป็นไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งการรักษาต้องพึ่งการฉีดอินซูลินเป็นประจำ และจากสถิติการศึกษาที่น่าสนใจในวารสาร Journal of the American Medical Association (JAMA) ปี 2015 พบว่า ผู้ชายที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีอายุสั้นกว่าผู้ชายที่ไม่ได้เป็นโรค 11 ปี และในผู้หญิงจะสั้นลง 13 ปี จะพบว่าโรคเบาหวานนั้นน่ากลัวกว่าที่คิด สิ่งที่เราทำได้คือดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีที่สุด และหมั่นตรวจสุขภาพทุกปี

 

แหล่งอ้างอิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *