โรคเบาหวานมีกี่ชนิด

โรคเบาหวานมีกี่ชนิด

สำหรับโรคเบาหวานนั้น เราคงจะเคยได้ยินและคุ้นหูกันดี เพราะใคร ๆ หรือแม้แต่คนรอบข้างก็มักจะพูดถึงอยู่เป็นประจำ เนื่องจากเป็นโรคที่มีอัตราผู้ป่วยในประเทศไทยสูง แต่เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าโรคเบาหวานนั้นมีกี่ชนิด และแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาพูดถึงชนิดของโรคเบาหวานแบบละเอียดกันครับ

สำหรับโรคเบาหวานนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดหลัก ๆ โดยแต่ละชนิดนั้นมีสาเหตุของโรคแตกต่างกันออกไป ดังนี้

1.เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 diabetes , immune-mediated)

ในภาวะปกติ beta-cell ของตับอ่อนจะทำการผลิตอินซูลิน(Insulin) ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่นำน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไป ไปเลี้ยงเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย
แต่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ เกิดจากการที่ beta-cell ของตับอ่อน มีการถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกัน(Antibody) ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลิน(Insulin) ขึ้นมาได้ หรือสร้างได้แต่ปริมาณน้อย ไม่พอต่อความต้องการ ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน ส่วนใหญ่ภาวะแบบนี้มักเป็นมาตั้งแต่แรกเกิด พบมากในประชากรอายุต่ำกว่า 30 ปี
การรักษาเบาหวานชนิดนี้ ทำได้โดยการฉีดอินซูลินเข้าร่างกาย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1

2.เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes , noinsulin dependent)

เกิดจากการที่เซลล์ตับอ่อนผลิตอินซูลิน(Insulin) ได้แต่มีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่วนใหญ่เกิดจากกกรรมพันธุ์ และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตไม่เหมาะสม ที่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานให้แก่เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ได้ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีสูง พบผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดนี้มากกว่า 95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดในประเทศไทย

การรักษาเบาหวานชนิดนี้ ทำได้โดยควบคุมน้ำหนัก อาหาร ออกกำลังกาย หรือบางกรณีจะมีการฉีดอินซูลินเข้าร่างกายร่วมด้วย ขึ้นอยู่ที่แพทย์จะวินิจฉัยอาการ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 2

3.เบาหวานชนิดอื่นที่มีสาเหตุเฉพาะ (Other specific types of diabetes)

เกิดจากเบต้าเซลล์(Beta-Cell) ของตับอ่อนทำงานผิดปกติ จึงทำให้ผลิตอินซูลินน้อยลง อาจจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

1.โรคตับอ่อน หรือตับอ่อนอักเสบ อาจทำให้กระบวนการทำงานผิดปกติไป

2.การผ่าตัดตับอ่อน อาจทำให้สร้างความเสียหายแก่ตับอ่อน ทำให้การทำงานผิดปกติ

3.การได้รับยาบางชนิด ที่มีฤทธิ์ทำให้การทำงานของตับอ่อนผลิตอินซูลินลดลง เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือพวกสารเคมี ที่มีผลทำให้เบต้าเซลล์(Beta-Cell) ของตับอ่อนเสื่อมประสิทธิภาพ

4.โรคต่อมไร้ท่อ เช่น เนื้องอกต่อมหมวกไต หรือกลุ่มอาการคุชชิง(cushing syndrome) ที่ผลิตฮอร์โมนมากกว่าปกติ , เนื้องอกต่อมหมวกไตชนิดฟีโอโครโมไซโตมา(pheochromocytoma) , โรคอะโครเมกาลี(acromegaly)

5.โรคที่มีความผิดของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์(Down’s syndrome) , กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์(Klinefelter syndrome) , กลุ่มอาการเทอร์เนอร์(Turner syndrome)

6. สาเหตุอื่น ๆ เช่น ภาวะอ้วนลงพุง อายุเพิ่มขึ้น พันธุกรรม เป็นต้นการรักษาเบาหวานชนิดนี้ อาจทำทั้ง 2 วิธี คือควบคุมอาหาร คุมระดับน้ำตาลในเลือด และฉีดอินซูลินร่วมด้วย ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ที่การวินิจฉัยของแพทย์

4.เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestation diabetes)

เกิดจากฮอร์โมนจากรกบางชนิดที่มีในขณะตั้งครรภ์ไปขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งมักพบในหญิงอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นปี และพบประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นเบาหวานมาก่อน ซึ่งเบาหวานชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มักพบในช่วงสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ หากปล่อยไว้จะส่งผลเสียต่อมารดาและทารกได้ เช่น

  1. เกิดการแท้ง
  2. ทารกพิการ
  3. ทารกตายหลังคลอด หรือตายในครรภ์
  4. คลอดก่อนกำหนด

การรักษาเบาหวานชนิดนี้ คือควบคุมอาหาร คุมระดับน้ำตาลในเลือด ออกกำลังกายเบา ๆ เป็นประจำ และบางรายอาจมีการฉีดอินซูลินร่วมด้วย ขึ้นอยู่ที่การวินิจฉัยของแพทย์ และหมั่นไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อรับคำแนะนำในการรักษาที่ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

สรุป

โรคเบาหวานนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควบคุมไม่ให้เกิดโรคได้ โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กว่าวว่า โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(Non-Communicable diseases) ที่มีสาเหตุจากพฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ออกกำลังกาย หรือพฤติกรรมทำให้ร่างกายทรุดโทรมต่าง ๆ และมีอัตราการเสียชีวิตที่สูง คิดเป็น 71% ของการเสียชีวิตทั้งหมด

โรคเบาหวานนั้นเป็นโรคที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง และแต่ละชนิดนั้น ก็มีสาเหตุของการเกิดแตกต่างกันออกไป มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ การีวินัยในการดูแลสุขภาพ ควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำตาลในเลือด ออกกำกายลังเป็นประจำ เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้มากขึ้น

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.hfocus.org/content/2019/11/18014
https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person/health-information-and-articles/22-category-012
http://www.saintlouis.or.th/article/show/_30-7-2017-8:44

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *